วิธีต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำด้วยตัวเองแบบง่ายๆ น้ำไหลแรงไม่มีสะดุด

Last updated: 4 พ.ย. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

water-pump-tank-installation

วิธีต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำด้วยตัวเองแบบง่ายๆ น้ำไหลแรงไม่มีสะดุด

คู่มือฉบับวิศวกรรมปฏิบัติสำหรับเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา เจ้าของธุรกิจ และผู้ดูแลอาคารโรงงาน ที่ต้องการวางผัง การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ อย่างถูกต้องตามมาตรฐานวิศวกรรมประปา เพื่อแก้ปัญหา น้ำประปาไหลเบา และ ปั๊มน้ำไม่แรง ให้จบในครั้งเดียว

สรุปขั้นตอนการต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำที่ถูกต้อง (Featured Snippet)

การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ที่ถูกต้อง เริ่มจากเดินท่อประปาจากมิเตอร์เข้าสู่ถังเก็บน้ำผ่านลูกลอย แล้วต่อท่อดูดจากก้นถังเข้าสู่ปั๊มน้ำก่อนจ่ายเข้าตัวบ้าน โดยต้องทำ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) คู่กับติดตั้ง เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) และบอลวาล์วด้วย ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว พร้อมทำ วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ ก่อนเปิดใช้งานจริงเสมอ

 

การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ

ปัญหา น้ำประปาไหลเบา ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรืออาการ ปั๊มน้ำไม่แรง เมื่อมีการเปิดใช้น้ำพร้อมกันหลายจุดทั้งในบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และพื้นที่สำนักงานโรงงาน มักไม่ได้เกิดจากตัวปั๊มน้ำเสื่อมสภาพเพียงอย่างเดียว แต่สาเหตุหลักกว่า 70% มาจากการวางผัง การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ที่ไม่สัมพันธ์กับหลักชลศาสตร์ (Hydraulics) เช่น การลดขนาดท่อดูดหน้าปั๊มเร็วเกินไป การลืมติดตั้งวาล์วกันน้ำไหลย้อน หรือการไม่วางระบบท่อสำรองเมื่อไฟฟ้าดับ

การเข้าใจหลักการ วิธีติดตั้งปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ อย่างถูกวิธีตั้งแต่ขั้นตอนเลือกอุปกรณ์ การอ่าน ไดอะแกรมการต่อปั๊มน้ำ ไปจนถึงการเลือกใช้ระบบ ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ จะช่วยให้ผู้รับเหมา ช่างเทคนิคประจำอาคาร และเจ้าของบ้านสามารถลงมือ ต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำด้วยตัวเอง ได้อย่างปลอดภัย ลดภาระการทำงานหนักของมอเตอร์ปั๊มน้ำ และยืดอายุการใช้งานของระบบท่อประปาในระยะยาว ทั้งนี้ หากท่านกำลังมองหาแนวทางการเลือกขนาดปั๊มให้เหมาะกับหน้างาน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ คลังบทความความรู้เรื่องปั๊มน้ำและวิศวกรรมระบบน้ำจาก PP Engineer เพื่อประกอบการวางแผนก่อนเริ่มติดตั้งจริง



เตรียมความพร้อม: อุปกรณ์และไดอะแกรมการต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำที่ถูกต้อง

หัวใจสำคัญอันดับแรกของ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ให้ได้มาตรฐานวิศวกรรม คือการเตรียมอุปกรณ์ข้อต่อและวาล์วควบคุมให้ครบถ้วนก่อนตัดท่อจริง หลายครั้งที่การ เดินระบบปั๊มน้ำบ้าน หรืออาคารสำนักงานเกิดปัญหารั่วซึมและซ่อมบำรุงยาก เพราะช่างไม่ได้ใส่ข้อต่อยูเนี่ยน (Union) หรือเลือกใช้ท่อที่มีความหนาไม่เพียงพอต่อแรงดันของปั๊มน้ำ การจัดเตรียมอุปกรณ์ตามรายการมาตรฐานด้านล่างนี้จะช่วยให้ วิธีต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ของคุณราบรื่นและแข็งแรงทนทาน


รายการอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ

ในการวางผัง การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ทั้งสำหรับบ้านพักอาศัยและอาคารธุรกิจขนาดย่อม ผู้ติดตั้งต้องตรวจสอบสเปกของเกลียวทางเข้า-ออกถังเก็บน้ำและหน้าแปลนหรือเกลียวของปั๊มน้ำให้ตรงกันเสียก่อน (หากเป็นงานโครงการหรือโรงงานที่มีสเปกเฉพาะ [ต้องยืนยันข้อมูล] รุ่นปั๊มน้ำ อัตราการไหล และขนาดท่อเมนจากแบบวิศวกรรมของหน้างานจริง) โดยอุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องเตรียมมีดังตารางต่อไปนี้:


อุปกรณ์หลักสเปกและขนาดที่แนะนำหน้าที่สำคัญในระบบการต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ
1. ปั๊มน้ำอัตโนมัติ (Water Pump)ปั๊มถังแรงดัน หรือปั๊มแรงดันคงที่ (Inverter / Constant Pressure) [ต้องยืนยันข้อมูลขนาดวัตต์ตามจำนวนชั้นและจุดใช้น้ำ]สร้างแรงดันส่งน้ำจากถังเก็บน้ำเข้าสู่อาคาร ช่วยให้ ปั๊มน้ำถังเก็บน้ำ น้ำไหลแรง สม่ำเสมอทุกก๊อก
2. ถังเก็บน้ำ (Storage Tank)ถังเก็บน้ำบนดิน PE หรือสแตนเลส มาตรฐานทึบแสงป้องกันตะไคร่น้ำสำรองน้ำประปาเพื่อป้องกันการดูดตรงจากท่อสาธารณะ และรักษาเสถียรภาพระดับน้ำฝั่งขาเข้าปั๊ม
3. ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้วท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว ชั้นคุณภาพ 13.5 (ทนแรงดันสูง) มาตรฐาน มอก.ใช้เดินท่อดูดจากถังเข้าปั๊มและท่อเมนหลัก เพื่อลดแรงเสียดทานในท่อ (Friction Loss) และป้องกันท่อแตกจากแรงดันปั๊ม
4. ข้อต่อลด / วาล์วลด (Reducer)ข้อต่อลด PVC หรือข้อต่อเกลียวในทองเหลือง (เช่น ลดจาก 1 นิ้ว เป็น 3/4 นิ้ว หรือ 1/2 นิ้ว)ปรับขนาดท่อเมนจากมิเตอร์หรือรูน้ำออกถังเก็บน้ำให้เข้ากับขนาดรูเกลียวของปั๊มน้ำได้อย่างแนบสนิท
5. เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve)เช็ควาล์วทองเหลืองแบบสวิง (Swing) หรือแบบสปริง (Spring) ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 ตัวบังคับให้น้ำไหลไปในทิศทางเดียว ป้องกันน้ำจากปั๊มไหลวนย้อนกลับเข้าถังหรือไหลย้อนออกมิเตอร์ประปา
6. บอลวาล์ว & ยูเนี่ยน (Ball Valve & Union)บอลวาล์วทองเหลืองหรือ PVC อย่างดี 4-5 จุด และข้อต่อยูเนี่ยน PVC / เหล็กกัลวาไนซ์ 2-3 จุดใช้เปิด-ปิดตัดตอนน้ำแต่ละส่วน และยูเนี่ยนช่วยให้ถอดปั๊มน้ำหรือถังเก็บน้ำออกมาล้างซ่อมได้โดยไม่ต้องตัดท่อทิ้ง
7. ลูกลอยควบคุมระดับน้ำลูกลอยก้านทองเหลืองขนาด 1 นิ้ว หรือ ลูกลอยไฟฟ้าถังเก็บน้ำ (Float Switch)ตัดน้ำเข้าถังอัตโนมัติเมื่อน้ำเต็ม และกรณีใช้ ลูกลอยไฟฟ้าถังเก็บน้ำ จะช่วยตัดไฟปั๊มเมื่อน้ำในถังแห้งเพื่อกัน Dry Run
8. เทปพันเกลียว & น้ำยาประสานท่อเทปพันเกลียว PTFE เนื้อหนา และน้ำยาประสานท่อ PVC ชนิดเข้มข้นซีลเกลียวข้อต่อป้องกันน้ำหยดซึมและป้องกันอากาศรั่วเข้าทางฝั่งท่อดูดของปั๊มน้ำ

ต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำด้วยตัวเอง

ความสำคัญของ "ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass)" ที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

ในการทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ หลายคนมักสงสัยว่าทำไมช่างผู้ชำนาญจึงแนะนำให้เดินท่อแบบ ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ เสมอ คำตอบอยู่ที่ความสำคัญของ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) ซึ่งเป็นท่อทางลัดที่เชื่อมระหว่างท่อน้ำประปาขาเข้า (ก่อนเข้าถังเก็บน้ำ) ไปยังท่อจ่ายน้ำหลักเข้าตัวบ้านโดยไม่ต้องผ่านตัวปั๊มน้ำ หากรอบการเดินท่อไม่มีเส้นบายพาส เมื่อเกิดเหตุการณ์กระแสไฟฟ้าดับ มอเตอร์ปั๊มน้ำไหม้ หรือต้องถอดปั๊มน้ำส่งซ่อม น้ำที่อยู่ในถังเก็บน้ำจะไม่สามารถไหลผ่านใบพัดปั๊มเข้าสู่ตัวบ้านได้เต็มที่ ส่งผลให้คนในบ้านหรือพนักงานในอาคารไม่มีน้ำประปาใช้ทันที

การทำงานของ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) จะพึ่งพาอุปกรณ์สำคัญคือ เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) ตัวที่ 1 (CV1 ในไดอะแกรม) โดยในสภาวะปกติที่ปั๊มน้ำทำงาน แรงดันน้ำจากปั๊มซึ่งสูงกว่าแรงดันน้ำประปาสาธารณะจะดันลิ้นของ เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) บนท่อบายพาสให้ปิดสนิท น้ำจากปั๊มจึงพุ่งเข้าสู่อาคารทั้งหมดโดยไม่ไหลวนย้อนกลับเข้าถังเก็บน้ำหรือไหลย้อนออกไปหมุนมิเตอร์ประปา แต่ทันทีที่ไฟฟ้าดับและปั๊มน้ำหยุดทำงาน แรงดันฝั่งปั๊มจะลดลงเป็นศูนย์ แรงดันน้ำประปาจากมิเตอร์จึงสามารถดันลิ้น เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) บนท่อบายพาสให้เปิดออกอัตโนมัติ ทำให้น้ำประปาไหลเข้าสู่ก๊อกน้ำชั้นล่างของบ้านได้อย่างต่อเนื่องโดยที่เจ้าของบ้านแทบไม่ต้องเดินมาบิดวาล์วใดๆ เลย



ขั้นตอนวิธีต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย (Step-by-Step)

เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบตาม ไดอะแกรมการต่อปั๊มน้ำ เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงมือปฏิบัติจริง การเรียงลำดับงานอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ มีความแข็งแรง แนวท่อได้ฉากสวยงาม และไม่เกิดปัญหาท่อรั่วหรือแรงดันตกในภายหลัง โดยสามารถทำตาม วิธีต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ทั้ง 5 ขั้นตอนหลักได้ดังนี้


ขั้นตอนที่ 1: การเลือกทำเลวางถังและปั๊มน้ำ (พื้นต้องเรียบและแข็งแรง)

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของ วิธีต่อถังเก็บน้ำ และปั๊มน้ำ คือการเตรียมพื้นที่รับน้ำหนัก เนื่องจากน้ำสะอาด 1 ลิตร มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม หากคุณติดตั้งถังเก็บน้ำขนาด 1,000 ลิตร หรือ 2,000 ลิตร เมื่อเติมน้ำเต็มถังจะมีน้ำหนักกดทับฐานรากสูงถึง 1 2 ตันทันที ดังนั้น พื้นที่สำหรับวางถังและทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ต้องเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่ปรับระดับได้ระนาบเรียบเสมอกัน 100% ห้ามวางถังเก็บน้ำบนพื้นดินทราย พื้นหญ้า หรือนำอิฐบล็อกมาหนุนเฉพาะจุดโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ก้นถังรับแรงเค้นไม่เท่ากันและเกิดการปริแตกเมื่อใช้งานไปได้ไม่นาน

  • ระยะห่างระหว่างถังกับปั๊มน้ำ: ควรวางปั๊มน้ำให้อยู่ใกล้ถังเก็บน้ำมากที่สุด (แนะนำระยะห่างประมาณ 30 80 เซนติเมตร) เพื่อลดความยาวของท่อดูด ยิ่งท่อดูดสั้นและตรงเท่าไหร่ ประสิทธิภาพ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ก็จะยิ่งส่งน้ำได้แรงและลดโอกาสเกิดโพรงอากาศในปั๊ม (Cavitation)
  • การป้องกันแดดและฝน: ควรติดตั้งปั๊มน้ำบนแท่นปูนที่ยกสูงจากพื้น 10 15 เซนติเมตรเพื่อหนีน้ำขังเวลาฝนตกหนัก และควรมีหลังคากันสาดคลุมตัวปั๊มน้ำรวมถึงเดินสายดิน (Ground Wire) เข้ากับโครงมอเตอร์ปั๊มน้ำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  • เว้นพื้นที่ซ่อมบำรุง: เว้นระยะรอบถังและปั๊มน้ำอย่างน้อยด้านละ 40 50 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถเปิดฝาถังตรวจเช็คลูกลอย หรือขันข้อต่อยูเนี่ยนเพื่อล้างถังและซ่อมปั๊มได้อย่างสะดวก

ขั้นตอนที่ 2: การต่อท่อน้ำเข้าจากมิเตอร์ประปาสู่ถังเก็บน้ำ

เมื่อวางถังเก็บน้ำเข้าที่ในกระบวนการ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ แล้ว ขั้นตอนถัดมาคือ การต่อน้ำเข้าถังเก็บน้ำ โดยเดินท่อจากหลังมิเตอร์ประปาหลักเข้ามายังบริเวณถังเก็บน้ำ ก่อนที่จะยกแนวท่อขึ้นสู่รูน้ำเข้าด้านบนของถัง ให้ใส่ข้อต่อสามทาง (Tee) เพื่อแยกเส้นท่อสำหรับทำ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) ไว้ล่วงหน้า จากนั้นจึงเดินท่อแนวตั้งขึ้นไปยังรูน้ำเข้าถัง (Inlet) พร้อมติดตั้งบอลวาล์ว (BV2) ในระดับความสูงที่เอื้อมมือเปิด-ปิดได้ง่าย

เคล็ดลับสำคัญของ วิธีต่อน้ำเข้าถังเก็บน้ำ และ การ ต่อ ท่อ ถัง เก็บ น้ำ ไม่ให้เกลียวถังเสียหาย คือการใช้เทปพันเกลียวพันรอบข้อต่อเกลียวนอกประมาณ 7 10 รอบตามทิศทางตามเข็มนาฬิกา แล้วหมุนเข้ากับรูเกลียวของถังเก็บน้ำด้วยความระมัดระวัง ห้ามขันแน่นจนเกินไป เพราะเกลียวฝังในถังโพลีเมอร์อาจร้าวหรือปีนเกลียวได้ สำหรับอุปกรณ์ตัดน้ำภายในถัง ให้ติดตั้งลูกลอยก้านทองเหลืองหรือ ลูกลอยไฟฟ้าถังเก็บน้ำ โดยตั้งระดับก้านลูกลอยให้ตัดน้ำก่อนที่ระดับน้ำจะท่วมถึงรูน้ำล้น (Overflow) ประมาณ 5 10 เซนติเมตร พร้อมเดินท่อน้ำล้นและท่อเดรนล้างก้นถัง (ติดบอลวาล์ว BV5) ออกไปยังรางระบายน้ำให้เรียบร้อย


ขั้นตอนที่ 3: การต่อท่อน้ำออกจากถังเก็บน้ำเข้าสู่ตัวปั๊มน้ำ (ฝั่งท่อดูด Suction Line)

ขั้นตอนนี้ถือเป็นจุดชี้วัดว่าหลังทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ เสร็จแล้วจะได้ระบบ ปั๊มน้ำถังเก็บน้ำ น้ำไหลแรง หรือไม่ เพราะฝั่งท่อดูด (Suction) เป็นด้านที่ไวต่อการสูญเสียแรงดันและอากาศรั่วซึมมากที่สุด ในการต่อท่อจากรูน้ำออกด้านล่างของถังเก็บน้ำ (Outlet) เข้าสู่หน้าแปลนทางเข้าของปั๊มน้ำ แนะนำให้ใช้ ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว ชั้นคุณภาพ 13.5 ตลอดแนวท่อดูด เพื่อให้มวลน้ำไหลเข้าสู่ห้องใบพัดของปั๊มน้ำได้เต็มปริมาตรโดยไม่เกิดอาการอั้นน้ำ

ลำดับการเรียงอุปกรณ์จากรูน้ำออกก้นถังเก็บน้ำมายังตัวปั๊มน้ำที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม คือ: รูน้ำออกถังเก็บน้ำ ข้อต่อเกลียวนอก ข้อต่อยูเนี่ยนตัวที่ 1 (U1) บอลวาล์วท่อดูด (BV3) ท่อตรงเข้าสู่ทางเข้าปั๊มน้ำ การวางข้อต่อยูเนี่ยนและบอลวาล์วไว้ตรงกลางระหว่างถังกับปั๊มน้ำมีประโยชน์มหาศาล เพราะเมื่อต้องการถอดปั๊มน้ำไปซ่อม คุณเพียงแค่หมุนปิดบอลวาล์ว BV3 น้ำนับพันลิตรในถังเก็บน้ำก็จะถูกกั้นไว้ทันทีโดยไม่ต้องปล่อยน้ำทิ้งทั้งถัง นอกจากนี้ พยายามหลีกเลี่ยงการต่อข้องอ 90 องศาหลายตัวติดกันบริเวณหน้าทางเข้าปั๊มน้ำ เพราะข้องอที่มากเกินไปจะทำให้การไหลของน้ำปั่นป่วน (Turbulence) และเกิดเสียงดังขณะปั๊มทำงาน


ขั้นตอนที่ 4: การเดินท่อจ่ายน้ำจากปั๊มน้ำเข้าสู่ตัวบ้าน (ฝั่งท่อส่ง Discharge Line)

ในขั้นตอน การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ เพื่อทำระบบ ต่อปั๊มน้ำเข้าบ้าน หรือจ่ายน้ำเข้าสู่อาคารโรงงาน ให้เริ่มต่อท่อออกจากช่องทางน้ำออกของปั๊มน้ำ (Discharge) โดยใช้ ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว เป็นท่อเมนหลักก่อน แล้วจึงค่อยไปลดขนาดท่อตามจุดแยกย่อยภายในบ้าน การใช้ ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว เป็นท่อเมนส่งน้ำจะช่วยรักษาแรงดันน้ำ (Head Pressure) และปริมาณน้ำ (Flow Rate) ให้สามารถส่งขึ้นไปยังชั้น 2 หรือชั้น 3 ของอาคารได้โดยที่แรงดันไม่ตกแม้จะเปิดใช้น้ำพร้อมกันหลายห้องน้ำก็ตาม

ในแนวท่อจ่ายน้ำออกจากปั๊มน้ำนี้ ให้ติดตั้ง ข้อต่อยูเนี่ยนตัวที่ 2 (U2) ตามด้วย เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) ตัวที่ 2 (CV2) และ บอลวาล์วขาออก (BV4) ก่อนนำท่อไปเชื่อมต่อเข้ากับสามทางของเส้นท่อ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) เพื่อรวมเป็นท่อเมนจ่ายเข้าสู่ตัวบ้าน ทั้งนี้ ในการทากาวน้ำยาประสานท่อ PVC ทุกจุดของฝั่งท่อส่งซึ่งต้องรับแรงดันสูงจากปั๊มน้ำ ควรทำความสะอาดปลายท่อและข้อต่อให้ปราศจากฝุ่นและคราบมัน ทาน้ำยาประสานท่อทั้งด้านในข้อต่อและด้านนอกปลายท่อ สวมอัดให้สุดแล้วบิดเล็กน้อยพร้อมจับค้างไว้ 15 30 วินาที และควรทิ้งให้กาวเซ็ตตัวแห้งสนิทอย่างน้อย 2 4 ชั่วโมงก่อนเปิดรับแรงดันน้ำจริง


ขั้นตอนที่ 5: การติดตั้งเช็ควาล์วและบอลวาล์วในจุดที่ถูกต้องเพื่อคุมทิศทางน้ำ

ความผิดพลาดอันดับหนึ่งของผู้ที่เริ่มทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ด้วยตัวเอง คือการหันหัวลูกศรของ เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) ผิดทิศทาง หรือเลือกประเภทของเช็ควาล์วไม่เหมาะกับแนวท่อ (แนวตั้ง vs แนวนอน) ซึ่งจะทำให้ปั๊มน้ำทำงานวนไม่ยอมตัด หรือน้ำไม่ไหลเข้าบ้านเลย ดังนั้น ก่อนประกอบวาล์วทุกตัวเข้ากับเส้นท่อ ให้สังเกต สัญลักษณ์ลูกศรนูนบนตัวเรือนเช็ควาล์ว โดยหัวลูกศรจะต้องชี้ไปในทิศทางที่น้ำไหลมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวบ้านเสมอ:

  • จุดที่ 1 บนเส้นท่อระบบบายพาสปั๊มน้ำ (CV1): หันหัวลูกศรจากฝั่งมิเตอร์ประปามุ่งหน้าเข้าสู่ท่อเมนเข้าบ้าน ทำหน้าที่เปิดให้น้ำประปาไหลผ่านเมื่อปั๊มหยุดทำงาน และปิดกั้นไม่ให้น้ำแรงดันสูงจากปั๊มน้ำไหลย้อนกลับไปเข้าถังเก็บน้ำหรือดันย้อนออกมิเตอร์
  • จุดที่ 2 หลังทางออกปั๊มน้ำ (CV2): หันหัวลูกศรออกจากตัวปั๊มน้ำมุ่งหน้าเข้าสู่ท่อเมนเข้าบ้าน ทำหน้าที่ป้องกันแรงดันน้ำค้างท่อจากชั้นบนของอาคารไหลย้อนกลับมากระแทกใบพัดและเพรสเชอร์สวิตช์ของปั๊มน้ำ (ป้องกันอาการ Water Hammer หรือค้อนน้ำ)
  • การเลือกชนิดเช็ควาล์ว: หากติดตั้งในแนวท่อนอน สามารถใช้เช็ควาล์วแบบสวิง (Swing Check Valve) หรือแบบสปริง (Spring Check Valve) ก็ได้ แต่หากติดตั้งในแนวท่อตั้ง ต้องใช้เช็ควาล์วแบบสปริงเท่านั้น เพื่อให้ลิ้นวาล์วดีดกลับปิดสนิทได้ทุกองศาการติดตั้ง

วิธีต่อน้ำเข้าถังเก็บน้ำ, ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ

ตารางสรุปการปรับตั้งบอลวาล์วสำหรับ "ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ" ในสถานการณ์ต่างๆ:

โหมดการใช้งานระบบน้ำBV1 (วาล์วเมนมิเตอร์)BV2 (วาล์วน้ำเข้าถัง)BV3 (วาล์วท่อดูดเข้าปั๊ม)BV4 (วาล์วขาออกปั๊ม)ผลลัพธ์การทำงานของระบบ
1. โหมดปกติ (จ่ายน้ำผ่านปั๊ม + สำรองอัตโนมัติ)เปิด (OPEN)เปิด (OPEN)เปิด (OPEN)เปิด (OPEN)น้ำเข้าถังอัตโนมัติ ปั๊มดูดน้ำจากถังส่งเข้าบ้านแรงดันเต็มที่ และหากไฟดับน้ำจะวิ่งผ่าน ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) ทันที
2. โหมดถอดปั๊มน้ำซ่อม / ปั๊มเสีย (ใช้น้ำประปาตรง)เปิด (OPEN)ปิด (CLOSE)ปิด (CLOSE)ปิด (CLOSE)ตัดตอนปั๊มน้ำออกจากระบบเพื่อถอดยูเนี่ยน U1/U2 นำปั๊มไปซ่อมได้ทันที โดยบ้านยังมีน้ำใช้ผ่านท่อบายพาส
3. โหมดล้างถังเก็บน้ำประจำปี (ทุก 6 เดือน)เปิด (OPEN)ปิด (CLOSE)ปิด (CLOSE)ปิด (CLOSE)ถอดปลั๊กปั๊มน้ำ เปิดวาล์วเดรนก้นถัง (BV5) เพื่อระบายตะกอนล้างถัง โดยระหว่างล้างถังในบ้านยังใช้น้ำประปาตรงได้


เคล็ดลับเซ็ตระบบให้ "น้ำไหลแรงไม่มีสะดุด" และวิธีแก้ปัญหาที่พบบ่อย

หลังจากดำเนินการ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ และรอจนน้ำยาประสานท่อ PVC แห้งสนิทแล้ว ขั้นตอนสำคัญก่อนเปิดใช้งานจริงคือการเซ็ตระบบเพื่อไล่โพรงอากาศและตรวจสอบความสมบูรณ์ของจุดเชื่อมต่อทุกจุด หากข้ามขั้นตอนนี้ไปแล้วยืนเสียบปลั๊กไฟปั๊มน้ำทันที อาจทำให้แมคคานิคอลซีล (Mechanical Seal) หรือซีลกันรั่วภายในปั๊มไหม้เสียหายจากการหมุนเสียดสีแบบไร้น้ำหล่อเลี้ยงได้


วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ (Pump Priming) ป้องกันปั๊มทำงานตัวเปล่า (Dry Run)

ทุกครั้งที่ทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ใหม่ หรือหลังจากถอดล้างถังเก็บน้ำจนท่อดูดแห้ง จะมีมวลอากาศค้างอยู่ในท่อดูดและเรือนปั๊ม (Air Lock) หากใบพัดปั๊มตีเจอกับโพรงอากาศจะไม่สามารถสร้างแรงดูดสุญญากาศได้ ส่งผลให้เกิดอาการปั๊มเดินเครื่องฟรีแต่ไม่มีน้ำออก หรือที่วิศวกรเรียกว่าสภาวะ ปั๊มทำงานตัวเปล่า (Dry Run) ดังนั้น จึงต้องปฏิบัติตาม วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ 5 ขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:

  1. ตัดกระแสไฟฟ้าก่อนเสมอ: ถอดปลั๊กไฟปั๊มน้ำหรือสับเบรกเกอร์ลง (OFF) เพื่อป้องกันมอเตอร์หมุนทำงานขณะเปิดฝาครอบจุกกรอกน้ำ
  2. ปล่อยน้ำเข้าถังและเปิดวาล์วท่อดูด: รอให้น้ำประปาไหลเข้าถังเก็บน้ำจนมีระดับน้ำสูงท่วมรูน้ำออกก้นถังอย่างน้อย 30 50 เซนติเมตร จากนั้นหมุนเปิดบอลวาล์วท่อดูด (BV3) เพื่อให้น้ำจากถังไหลเข้าไปแทนที่อากาศในเส้นท่อดูด
  3. เปิดจุกกรอกน้ำล่อปั๊ม (Priming Plug): หมุนฝาจุกกรอกน้ำด้านบนเรือนปั๊มออก สังเกตดูว่าน้ำจากถังเก็บน้ำไหลดันขึ้นมาจนเต็มคอช่องกรอกน้ำหรือไม่ หากยังไม่เต็มให้เทน้ำสะอาดกรอกลงไปจนล้นเพื่อไล่ฟองอากาศออกให้หมด แล้วหมุนปิดฝาจุกกรอกน้ำพร้อมซีลยางให้แน่นสนิท
  4. เปิดวาล์วขาออกและเปิดก๊อกน้ำในบ้านล่ออากาศ: หมุนเปิดบอลวาล์วขาออกปั๊ม (BV4) แล้วเดินไปเปิดก๊อกน้ำในบ้านที่อยู่ใกล้ปั๊มที่สุดไว้ 1 2 จุด เพื่อเป็นช่องทางระบายลมค้างท่อ
  5. จ่ายไฟเดินเครื่องและเช็คความต่อเนื่อง: เสียบปลั๊กไฟหรือยกเบรกเกอร์ขึ้น (ON) ปั๊มน้ำจะเริ่มทำงานและดันอากาศปนน้ำออกมาทางก๊อกน้ำที่เปิดไว้ ปล่อยให้น้ำไหลทิ้งประมาณ 1 2 นาทีจนสายน้ำไหลพุ่งแรงสม่ำเสมอไม่มีเสียงสำลักลม จากนั้นลองปิดก๊อกน้ำทุกจุดแล้วสังเกตว่าปั๊มน้ำตัดการทำงานสนิทภายใน 3 10 วินาทีหรือไม่

การตรวจสอบรอยรั่วซึมและวิธีเช็คเมื่อปั๊มน้ำเดินๆ หยุดๆ หรือมีเสียงดังผิดปกติ

เมื่อดำเนินการ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ พร้อมทำ วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ เสร็จและปิดก๊อกน้ำในบ้านทั้งหมดแล้ว หากปั๊มน้ำยังคงมีอาการทำงาน "ตึ้ก... หยุด... ตึ้ก... หยุด" เป็นจังหวะทุกๆ ไม่กี่วินาที หรือประสบปัญหา ปั๊มน้ำไม่แรง และมีเสียงดังผิดปกติ สามารถใช้ตารางวิเคราะห์อาการเสียเชิงเทคนิคด้านล่างนี้เพื่อตรวจสอบและแก้ไขได้ตรงจุด นอกจากนี้สามารถอ่านบทความเจาะลึกเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รวมเทคนิคการดูแลรักษาและแก้ปัญหาปั๊มน้ำอุตสาหกรรมและครัวเรือน



อาการผิดปกติที่พบบ่อยสาเหตุทางเทคนิคที่เป็นไปได้แนวทางตรวจสอบและวิธีแก้ไขอย่างถูกวิธี
1. ปั๊มน้ำเดินๆ หยุดๆ เองทั้งที่ไม่ได้เปิดก๊อกน้ำมีน้ำรั่วซึมตามข้อต่อท่อจ่ายหรือสุขภัณฑ์ในบ้าน (เช่น ยางกบชักโครกเสื่อม)
ลิ้นของ เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) ปิดไม่สนิท ทำให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าถัง
ถังแรงดันไนโตรเจนเสื่อม หรือมีน้ำขังเต็มถังแรงดัน (ในปั๊มถังกลม)
ให้ทดลอง ปิดบอลวาล์วขาออกปั๊ม (BV4): หากปิด BV4 แล้วปั๊มหยุดสนิท แปลว่าท่อในบ้านรั่ว แต่ถ้าปิด BV4 แล้วปั๊มยังเดินๆ หยุดๆ แปลว่าเช็ควาล์วภายในปั๊มรั่วหรือถังแรงดันเสีย ต้องทำความสะอาดลิ้นวาล์วหรือเติมลม/เปลี่ยนถังแรงดัน
2. ปั๊มน้ำทำงานตลอดเวลาไม่ยอมตัด แต่น้ำไม่ไหลหรือไหลเบาน้ำในถังเก็บน้ำแห้งหมด (เกิดภาวะ Dry Run)
มีอากาศค้างในเรือนปั๊มหรือข้อต่อยูเนี่ยนฝั่งท่อดูด (U1) ขันไม่แน่นทำให้ดูดลมเข้า
ติดตั้งเช็ควาล์ว CV1 บนเส้น ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) กลับด้านหรือลืมติดเช็ควาล์ว ทำให้น้ำวนกลับเข้าถัง
ถอดปลั๊กไฟทันทีเพื่อกันซีลไหม้ ตรวจสอบระดับน้ำในถัง ขันปะเก็นยูเนี่ยน U1 ให้แน่น ตรวจสอบลูกศรบน เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) แล้วทำตามขั้นตอน วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ ใหม่อีกครั้ง
3. ปั๊มน้ำไม่แรง เมื่อเปิดน้ำพร้อมกันหลายจุดใช้ท่อดูดขนาดเล็กเกินไป (เช่น ใช้ท่อ 1/2 นิ้ว แทนที่จะเป็น ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว)
มีเศษเทปพันเกลียวหรือเศษท่อ PVC ไปอุดตันที่ตะแกรงกรองน้ำหน้าปั๊ม
ขนาดกำลังวัตต์ของปั๊มต่ำกว่าความต้องการใช้น้ำจริงของอาคาร
ปรับปรุงแนวท่อดูดจากถังเข้าปั๊มให้เป็น ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว ถอดล้างตะแกรงกรอง (Strainer) และหากเป็นอาคารหลายชั้นหรือโรงงาน ควรให้วิศวกรคำนวณอัตราการไหล (Q) และระยะส่งสูง (H) ใหม่
4. ปั๊มน้ำมีเสียงดังแหลม หรือเสียงกระแทก "ปัง" เวลาปิดก๊อกเสียงหอนแหลมเกิดจากลูกปืนมอเตอร์ (Bearing) เริ่มแตกหรือเกิดโพรงอากาศ (Cavitation)
เสียงกระแทกในท่อเกิดจากแรงดันน้ำสะท้อนกลับ (Water Hammer)
ยึดแคลมป์รัดท่อ PVC กับผนังให้มั่นคง เปลี่ยนเช็ควาล์วหลังปั๊ม (CV2) เป็นแบบสปริงเพื่อลดแรงกระแทกของลิ้นวาล์ว และหากลูกปืนมอเตอร์ดังควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าเปลี่ยนตลับลูกปืนทันที

เดินระบบปั๊มน้ำบ้าน, ปั๊มน้ำถังเก็บน้ำ น้ำไหลแรง

หลักเกณฑ์วิศวกรรม (E-E-A-T): แยกแยะข้อเท็จจริง คำแนะนำ และกรณีที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน

1. ข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมและกฎหมายประปา (Engineering Facts): การติดตั้งปั๊มน้ำดูดตรงจากเส้นท่อประปาสาธารณะโดยไม่ผ่านถังเก็บน้ำเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบของการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค เนื่องจากแรงดูดของปั๊มจะดึงน้ำจากท่อเมนจนบ้านข้างเคียงขาดแคลนน้ำ และหากท่อประปาแตกรั่วภายนอก แรงดูดสุญญากาศจะดูดน้ำเสียหรือสิ่งปนเปื้อนเข้ามาในระบบท่อประปาได้ ดังนั้น การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ จึงเป็นข้อบังคับพื้นฐานที่ต้องปฏิบัติตามทุกอาคาร
2. คำแนะนำเชิงเทคนิคสำหรับงานติดตั้งทั่วไป (Practical Recommendations): สำหรับบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศขนาด 1 3 ชั้น เจ้าของบ้านหรือช่างประจำอาคารสามารถทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ด้วยตัวเองได้โดยใช้ผัง ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ ร่วมกับ ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว ชั้นคุณภาพ 13.5 ติดตั้ง เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) ให้ถูกทิศทาง และเสริม ลูกลอยไฟฟ้าถังเก็บน้ำ เพื่อป้องกันปั๊มไหม้เมื่อน้ำประปาไม่ไหลหลายวัน
3. เงื่อนไขที่ต้องให้วิศวกรและผู้เชี่ยวชาญประเมินหน้างาน (Expert Evaluation Required): ในกรณีของ เจ้าของโรงงาน ผู้รับเหมา และเจ้าของธุรกิจ ที่ต้องวางระบบสูบจ่ายน้ำสำหรับอาคารสูงเกิน 4 ชั้น โรงงานอุตสาหกรรม ระบบปั๊มน้ำคู่ (Booster Pump Set) ระบบท่อเหล็กกัลวาไนซ์/ท่อ HDPE หรือระบบที่ต้องคำนวณค่า NPSHa / NPSHr และแรงดันสูญเสียในเส้นท่อที่ซับซ้อน ไม่แนะนำให้กะขนาดปั๊มและท่อด้วยการคาดเดา แต่ควรให้ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบสเปกและประเมินหน้างานจริง [ต้องยืนยันข้อมูลสเปกปั๊มน้ำ อัตราการไหล และงบประมาณตามหน้างานจริงกับทีมวิศวกร]


ไดอะแกรมการต่อปั๊มน้ำ

คำถามที่ผู้คนมักค้นหาเพิ่มเติม (People Also Ask - PAA)

1. ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ คืออะไร?

ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ คือการจัดวางเส้นท่อใน การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ที่รองรับการทำงาน 3 รูปแบบในชุดเดียว ได้แก่ ระบบที่ 1 น้ำประปาไหลเข้าเก็บสำรองในถัง ระบบที่ 2 ปั๊มน้ำดูดน้ำจากถังจ่ายเข้าอาคารด้วยแรงดันสูง และระบบที่ 3 ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) ที่จ่ายน้ำประปาตรงเข้าบ้านเมื่อไฟดับหรือถอดปั๊มซ่อม

2. การต่อน้ำเข้าถังเก็บน้ำ ต้องติดวาล์วกี่ตัวถึงจะซ่อมบำรุงง่าย?

ในการวางผัง การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ที่ซ่อมบำรุงง่าย ควรติดบอลวาล์วอย่างน้อย 5 จุด คือ วาล์วเมนหลังมิเตอร์ (1 ตัว), วาล์วหน้าทางน้ำเข้าถังเก็บน้ำ (1 ตัว), วาล์วท่อดูดระหว่างถังกับปั๊มน้ำ (1 ตัว), วาล์วขาออกหลังปั๊มน้ำ (1 ตัว) และวาล์วท่อเดรนล้างก้นถังเก็บน้ำ (1 ตัว)

3. ลูกลอยไฟฟ้าถังเก็บน้ำ จำเป็นไหมสำหรับการต่อปั๊มน้ำ?

ลูกลอยไฟฟ้าถังเก็บน้ำ มีความจำเป็นอย่างยิ่งในพื้นที่ที่น้ำประปาไม่ไหลบ่อยหรือในอาคารโรงงาน เพราะทำหน้าที่เป็นสวิตช์ตัดวงจรไฟฟ้าของปั๊มน้ำอัตโนมัติทันทีเมื่อระดับน้ำก้นถังลดต่ำกว่าเกณฑ์ ช่วยป้องกันปั๊มน้ำทำงานตัวเปล่า (Dry Run) จนมอเตอร์ไหม้ได้อย่างเด็ดขาด

4. ถังเก็บน้ำกับปั๊มน้ำควรวางห่างกันไม่เกินกี่เมตร?

ใน การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ และ วิธีติดตั้งปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ ที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ควรวางปั๊มน้ำห่างจากถังเก็บน้ำในระยะ 0.3 1 เมตร และไม่ควรเดินท่อดูดยาวเกิน 2 เมตร เพื่อลดแรงต้านทานในท่อดูดและช่วยให้ปั๊มสร้างแรงดันส่งน้ำเข้าบ้านได้เต็มกำลัง

5. แก้ปัญหาน้ำประปาไหลเบาเข้าถังเก็บน้ำไม่ทันทำอย่างไร?

หากทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ แล้วเกิดปัญหา น้ำประปาไหลเบา จนไหลเข้าถังเก็บน้ำไม่ทันใช้งาน ให้ตรวจสอบว่าบอลวาล์วหน้ามิเตอร์และวาล์วเข้าถังเปิดสุดหรือไม่ ถอดล้างตะแกรงกรองหน้ามิเตอร์ เปลี่ยนขนาดท่อเมนเข้าถังเป็น ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว และสำรองถังเก็บน้ำให้มีปริมาตรเพียงพอต่อการสะสมน้ำในช่วงกลางคืนที่แรงดันประปาสูงขึ้น



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ (FAQ)

คำถามที่ 1: ต่อปั๊มน้ำโดยไม่ใช้ถังเก็บน้ำได้ไหม?

คำตอบ: ไม่สามารถทำได้และไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะการต่อปั๊มน้ำดูดตรงจากท่อประปาหลักผิดกฎหมายและระเบียบของการประปา อีกทั้งในช่วงที่ น้ำประปาไหลเบา หรือการประปาซ่อมท่อ ปั๊มน้ำจะดูดอากาศและตะกอนดินเข้ามาในเรือนปั๊ม ทำให้เกิดอาการทำงานตัวเปล่า (Dry Run) จนแมคคานิคอลซีลและมอเตอร์ไหม้เสียหาย ดังนั้น การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ จึงเป็นวิธีเดียวที่ปลอดภัยและช่วยให้ ปั๊มน้ำถังเก็บน้ำ น้ำไหลแรง อย่างแท้จริง

คำถามที่ 2: ทำไมต้องติดตั้งระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) ในเมื่อมีถังเก็บน้ำแล้ว?

คำตอบ: ในการวางระบบ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ แม้จะมีถังเก็บน้ำสำรองอยู่แล้ว แต่หากไม่มี ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) เมื่อกระแสไฟฟ้าดับหรือปั๊มน้ำเสียต้องถอดส่งซ่อม แรงดันน้ำจากถังเก็บน้ำบนดินเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถดันผ่านลิ้นวาล์วและห้องใบพัดของปั๊มน้ำเพื่อขึ้นไปจ่ายตามจุดใช้น้ำในบ้านได้ การมีท่อบายพาสคู่กับ เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) จะช่วยให้แรงดันน้ำประปาจากมิเตอร์วิ่งอ้อมตัวปั๊มเข้าสู่ตัวบ้านได้โดยอัตโนมัติทันทีที่ปั๊มหยุดทำงาน

คำถามที่ 3: ควรใช้ท่อ PVC ขนาดเท่าไหร่ในการต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำถึงจะดีที่สุด?

คำตอบ: สำหรับงาน เดินระบบปั๊มน้ำบ้าน และอาคารพาณิชย์ทั่วไป แนะนำให้ใช้ ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว ชั้นคุณภาพ 13.5 (ท่อหนาสำหรับงานรับแรงดัน) ในการเดินท่อดูดจากถังเก็บน้ำเข้าสู่ปั๊มน้ำและเดินท่อเมนจ่ายน้ำหลักเข้าบ้าน ก่อนจะลดขนาดเป็น 3/4 นิ้ว หรือ 1/2 นิ้ว เฉพาะช่วงแยกเข้าก๊อกน้ำย่อย การใช้ ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว จะช่วยลดแรงเสียดทานในเส้นท่อและแก้ปัญหา ปั๊มน้ำไม่แรง ได้อย่างเห็นผล

คำถามที่ 4: เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) ควรติดตรงไหนและหันลูกศรอย่างไร?

คำตอบ: ในผัง ไดอะแกรมการต่อปั๊มน้ำ มาตรฐาน ควรติด เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) จำนวน 2 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 บนเส้นท่อ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) โดยหันหัวลูกศรชี้จากฝั่งมิเตอร์มุ่งหน้าเข้าตัวบ้าน เพื่อกันน้ำจากปั๊มไหลวนย้อนกลับเข้าถังเก็บน้ำ และจุดที่ 2 บริเวณหลังทางออกของปั๊มน้ำ โดยหันหัวลูกศรชี้ออกจากปั๊มมุ่งหน้าเข้าตัวบ้าน เพื่อป้องกันมวลน้ำจากชั้นบนไหลย้อนกลับมากระแทกใบพัดปั๊มเมื่อปั๊มหยุดทำงาน

คำถามที่ 5: วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำหลังติดตั้งเสร็จทำอย่างไรไม่ให้ปั๊มเสียหาย?

คำตอบ: ขั้นตอน วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ ที่ปลอดภัย เริ่มจากถอดปลั๊กไฟก่อน เปิดวาล์วท่อดูดให้น้ำจากถังไหลเข้าปั๊ม จากนั้นหมุนเปิดจุกกรอกน้ำด้านบนเรือนปั๊ม กรอกน้ำสะอาดลงไปจนเต็มล้นไร้ฟองอากาศ ปิดฝาจุกให้แน่น เปิดวาล์วน้ำขาออกและเปิดก๊อกน้ำในบ้านไว้ 1 2 จุด แล้วจึงเสียบปลั๊กเดินเครื่องประมาณ 1 2 นาทีจนสายน้ำไหลเรียบสม่ำเสมอไม่มีอาการสำลักลม แล้วจึงปิดก๊อกน้ำเพื่อเช็คการตัดของปั๊ม




B2B & INDUSTRIAL ENGINEERING PARTNER

ต้องการผู้เชี่ยวชาญวางระบบปั๊มน้ำ หรือคัดเลือกสเปกปั๊มน้ำสำหรับโครงการ อาคาร และโรงงานอุตสาหกรรม?

ไม่ว่าคุณจะเป็น เจ้าของโรงงาน ผู้รับเหมา หรือเจ้าของธุรกิจ ที่ต้องการวางผัง การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ขนาดใหญ่ แก้ปัญหา ปั๊มน้ำไม่แรง ในสายการผลิต หรือต้องการจัดหาปั๊มน้ำคุณภาพสูงที่ตรงสเปกหน้างาน ทีมวิศวกรจาก PP Engineer (บริษัท ภัทรพัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด) พร้อมให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคและดูแลลูกค้าในพื้นที่ นนทบุรี สมุทรปราการ กรุงเทพฯ ชลบุรี และทั่วประเทศอย่างครบวงจร



ข้อมูลติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาและประสานงานธุรกิจ: บริษัท ภัทรพัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (PP Engineer)

ชื่อบริษัท: บริษัท ภัทรพัฒน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (PP Engineer)

ที่อยู่สำนักงาน: (โครงการ SPK Factory) 39/2 หมู่ที่ 4 ถนน 345 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี 11110

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: เจ้าของโรงงาน, ผู้รับเหมา, เจ้าของธุรกิจ และโครงการอาคารทั่วไป

พื้นที่ให้บริการหลัก: นนทบุรี, สมุทรปราการ, กรุงเทพฯ, ชลบุรี

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อฝ่ายขายและวิศวกร:
Tel: 092-283-9395
Tel: 096-7829352
Tel: 087-8145620

อีเมล (E-mail): patpat.engineering@gmail.com

เว็บไซต์หลัก: https://www.ppengineer.com

คลังบทความ: https://www.ppengineer.com/categorycontent

Facebook Official: https://www.facebook.com/Bossumpumpthailand

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้