วิธีต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำด้วยตัวเองแบบง่ายๆ น้ำไหลแรงไม่มีสะดุด
คู่มือฉบับวิศวกรรมปฏิบัติสำหรับเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา เจ้าของธุรกิจ และผู้ดูแลอาคารโรงงาน ที่ต้องการวางผัง การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ อย่างถูกต้องตามมาตรฐานวิศวกรรมประปา เพื่อแก้ปัญหา น้ำประปาไหลเบา และ ปั๊มน้ำไม่แรง ให้จบในครั้งเดียว
สรุปขั้นตอนการต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำที่ถูกต้อง (Featured Snippet)
การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ที่ถูกต้อง เริ่มจากเดินท่อประปาจากมิเตอร์เข้าสู่ถังเก็บน้ำผ่านลูกลอย แล้วต่อท่อดูดจากก้นถังเข้าสู่ปั๊มน้ำก่อนจ่ายเข้าตัวบ้าน โดยต้องทำ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) คู่กับติดตั้ง เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) และบอลวาล์วด้วย ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว พร้อมทำ วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ ก่อนเปิดใช้งานจริงเสมอ

ปัญหา น้ำประปาไหลเบา ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรืออาการ ปั๊มน้ำไม่แรง เมื่อมีการเปิดใช้น้ำพร้อมกันหลายจุดทั้งในบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และพื้นที่สำนักงานโรงงาน มักไม่ได้เกิดจากตัวปั๊มน้ำเสื่อมสภาพเพียงอย่างเดียว แต่สาเหตุหลักกว่า 70% มาจากการวางผัง การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ที่ไม่สัมพันธ์กับหลักชลศาสตร์ (Hydraulics) เช่น การลดขนาดท่อดูดหน้าปั๊มเร็วเกินไป การลืมติดตั้งวาล์วกันน้ำไหลย้อน หรือการไม่วางระบบท่อสำรองเมื่อไฟฟ้าดับ
การเข้าใจหลักการ วิธีติดตั้งปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ อย่างถูกวิธีตั้งแต่ขั้นตอนเลือกอุปกรณ์ การอ่าน ไดอะแกรมการต่อปั๊มน้ำ ไปจนถึงการเลือกใช้ระบบ ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ จะช่วยให้ผู้รับเหมา ช่างเทคนิคประจำอาคาร และเจ้าของบ้านสามารถลงมือ ต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำด้วยตัวเอง ได้อย่างปลอดภัย ลดภาระการทำงานหนักของมอเตอร์ปั๊มน้ำ และยืดอายุการใช้งานของระบบท่อประปาในระยะยาว ทั้งนี้ หากท่านกำลังมองหาแนวทางการเลือกขนาดปั๊มให้เหมาะกับหน้างาน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ คลังบทความความรู้เรื่องปั๊มน้ำและวิศวกรรมระบบน้ำจาก PP Engineer เพื่อประกอบการวางแผนก่อนเริ่มติดตั้งจริง
เตรียมความพร้อม: อุปกรณ์และไดอะแกรมการต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำที่ถูกต้อง
หัวใจสำคัญอันดับแรกของ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ให้ได้มาตรฐานวิศวกรรม คือการเตรียมอุปกรณ์ข้อต่อและวาล์วควบคุมให้ครบถ้วนก่อนตัดท่อจริง หลายครั้งที่การ เดินระบบปั๊มน้ำบ้าน หรืออาคารสำนักงานเกิดปัญหารั่วซึมและซ่อมบำรุงยาก เพราะช่างไม่ได้ใส่ข้อต่อยูเนี่ยน (Union) หรือเลือกใช้ท่อที่มีความหนาไม่เพียงพอต่อแรงดันของปั๊มน้ำ การจัดเตรียมอุปกรณ์ตามรายการมาตรฐานด้านล่างนี้จะช่วยให้ วิธีต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ของคุณราบรื่นและแข็งแรงทนทาน
รายการอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ
ในการวางผัง การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ทั้งสำหรับบ้านพักอาศัยและอาคารธุรกิจขนาดย่อม ผู้ติดตั้งต้องตรวจสอบสเปกของเกลียวทางเข้า-ออกถังเก็บน้ำและหน้าแปลนหรือเกลียวของปั๊มน้ำให้ตรงกันเสียก่อน (หากเป็นงานโครงการหรือโรงงานที่มีสเปกเฉพาะ [ต้องยืนยันข้อมูล] รุ่นปั๊มน้ำ อัตราการไหล และขนาดท่อเมนจากแบบวิศวกรรมของหน้างานจริง) โดยอุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องเตรียมมีดังตารางต่อไปนี้:

ความสำคัญของ "ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass)" ที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด
ในการทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ หลายคนมักสงสัยว่าทำไมช่างผู้ชำนาญจึงแนะนำให้เดินท่อแบบ ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ เสมอ คำตอบอยู่ที่ความสำคัญของ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) ซึ่งเป็นท่อทางลัดที่เชื่อมระหว่างท่อน้ำประปาขาเข้า (ก่อนเข้าถังเก็บน้ำ) ไปยังท่อจ่ายน้ำหลักเข้าตัวบ้านโดยไม่ต้องผ่านตัวปั๊มน้ำ หากรอบการเดินท่อไม่มีเส้นบายพาส เมื่อเกิดเหตุการณ์กระแสไฟฟ้าดับ มอเตอร์ปั๊มน้ำไหม้ หรือต้องถอดปั๊มน้ำส่งซ่อม น้ำที่อยู่ในถังเก็บน้ำจะไม่สามารถไหลผ่านใบพัดปั๊มเข้าสู่ตัวบ้านได้เต็มที่ ส่งผลให้คนในบ้านหรือพนักงานในอาคารไม่มีน้ำประปาใช้ทันที
การทำงานของ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) จะพึ่งพาอุปกรณ์สำคัญคือ เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) ตัวที่ 1 (CV1 ในไดอะแกรม) โดยในสภาวะปกติที่ปั๊มน้ำทำงาน แรงดันน้ำจากปั๊มซึ่งสูงกว่าแรงดันน้ำประปาสาธารณะจะดันลิ้นของ เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) บนท่อบายพาสให้ปิดสนิท น้ำจากปั๊มจึงพุ่งเข้าสู่อาคารทั้งหมดโดยไม่ไหลวนย้อนกลับเข้าถังเก็บน้ำหรือไหลย้อนออกไปหมุนมิเตอร์ประปา แต่ทันทีที่ไฟฟ้าดับและปั๊มน้ำหยุดทำงาน แรงดันฝั่งปั๊มจะลดลงเป็นศูนย์ แรงดันน้ำประปาจากมิเตอร์จึงสามารถดันลิ้น เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) บนท่อบายพาสให้เปิดออกอัตโนมัติ ทำให้น้ำประปาไหลเข้าสู่ก๊อกน้ำชั้นล่างของบ้านได้อย่างต่อเนื่องโดยที่เจ้าของบ้านแทบไม่ต้องเดินมาบิดวาล์วใดๆ เลย
ขั้นตอนวิธีต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย (Step-by-Step)
เมื่อเตรียมอุปกรณ์ครบตาม ไดอะแกรมการต่อปั๊มน้ำ เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงมือปฏิบัติจริง การเรียงลำดับงานอย่างเป็นระบบจะช่วยให้ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ มีความแข็งแรง แนวท่อได้ฉากสวยงาม และไม่เกิดปัญหาท่อรั่วหรือแรงดันตกในภายหลัง โดยสามารถทำตาม วิธีต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ทั้ง 5 ขั้นตอนหลักได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: การเลือกทำเลวางถังและปั๊มน้ำ (พื้นต้องเรียบและแข็งแรง)
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของ วิธีต่อถังเก็บน้ำ และปั๊มน้ำ คือการเตรียมพื้นที่รับน้ำหนัก เนื่องจากน้ำสะอาด 1 ลิตร มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม หากคุณติดตั้งถังเก็บน้ำขนาด 1,000 ลิตร หรือ 2,000 ลิตร เมื่อเติมน้ำเต็มถังจะมีน้ำหนักกดทับฐานรากสูงถึง 1 2 ตันทันที ดังนั้น พื้นที่สำหรับวางถังและทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ต้องเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่ปรับระดับได้ระนาบเรียบเสมอกัน 100% ห้ามวางถังเก็บน้ำบนพื้นดินทราย พื้นหญ้า หรือนำอิฐบล็อกมาหนุนเฉพาะจุดโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ก้นถังรับแรงเค้นไม่เท่ากันและเกิดการปริแตกเมื่อใช้งานไปได้ไม่นาน
- ระยะห่างระหว่างถังกับปั๊มน้ำ: ควรวางปั๊มน้ำให้อยู่ใกล้ถังเก็บน้ำมากที่สุด (แนะนำระยะห่างประมาณ 30 80 เซนติเมตร) เพื่อลดความยาวของท่อดูด ยิ่งท่อดูดสั้นและตรงเท่าไหร่ ประสิทธิภาพ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ก็จะยิ่งส่งน้ำได้แรงและลดโอกาสเกิดโพรงอากาศในปั๊ม (Cavitation)
- การป้องกันแดดและฝน: ควรติดตั้งปั๊มน้ำบนแท่นปูนที่ยกสูงจากพื้น 10 15 เซนติเมตรเพื่อหนีน้ำขังเวลาฝนตกหนัก และควรมีหลังคากันสาดคลุมตัวปั๊มน้ำรวมถึงเดินสายดิน (Ground Wire) เข้ากับโครงมอเตอร์ปั๊มน้ำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- เว้นพื้นที่ซ่อมบำรุง: เว้นระยะรอบถังและปั๊มน้ำอย่างน้อยด้านละ 40 50 เซนติเมตร เพื่อให้สามารถเปิดฝาถังตรวจเช็คลูกลอย หรือขันข้อต่อยูเนี่ยนเพื่อล้างถังและซ่อมปั๊มได้อย่างสะดวก
ขั้นตอนที่ 2: การต่อท่อน้ำเข้าจากมิเตอร์ประปาสู่ถังเก็บน้ำ
เมื่อวางถังเก็บน้ำเข้าที่ในกระบวนการ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ แล้ว ขั้นตอนถัดมาคือ การต่อน้ำเข้าถังเก็บน้ำ โดยเดินท่อจากหลังมิเตอร์ประปาหลักเข้ามายังบริเวณถังเก็บน้ำ ก่อนที่จะยกแนวท่อขึ้นสู่รูน้ำเข้าด้านบนของถัง ให้ใส่ข้อต่อสามทาง (Tee) เพื่อแยกเส้นท่อสำหรับทำ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) ไว้ล่วงหน้า จากนั้นจึงเดินท่อแนวตั้งขึ้นไปยังรูน้ำเข้าถัง (Inlet) พร้อมติดตั้งบอลวาล์ว (BV2) ในระดับความสูงที่เอื้อมมือเปิด-ปิดได้ง่าย
เคล็ดลับสำคัญของ วิธีต่อน้ำเข้าถังเก็บน้ำ และ การ ต่อ ท่อ ถัง เก็บ น้ำ ไม่ให้เกลียวถังเสียหาย คือการใช้เทปพันเกลียวพันรอบข้อต่อเกลียวนอกประมาณ 7 10 รอบตามทิศทางตามเข็มนาฬิกา แล้วหมุนเข้ากับรูเกลียวของถังเก็บน้ำด้วยความระมัดระวัง ห้ามขันแน่นจนเกินไป เพราะเกลียวฝังในถังโพลีเมอร์อาจร้าวหรือปีนเกลียวได้ สำหรับอุปกรณ์ตัดน้ำภายในถัง ให้ติดตั้งลูกลอยก้านทองเหลืองหรือ ลูกลอยไฟฟ้าถังเก็บน้ำ โดยตั้งระดับก้านลูกลอยให้ตัดน้ำก่อนที่ระดับน้ำจะท่วมถึงรูน้ำล้น (Overflow) ประมาณ 5 10 เซนติเมตร พร้อมเดินท่อน้ำล้นและท่อเดรนล้างก้นถัง (ติดบอลวาล์ว BV5) ออกไปยังรางระบายน้ำให้เรียบร้อย
ขั้นตอนที่ 3: การต่อท่อน้ำออกจากถังเก็บน้ำเข้าสู่ตัวปั๊มน้ำ (ฝั่งท่อดูด Suction Line)
ขั้นตอนนี้ถือเป็นจุดชี้วัดว่าหลังทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ เสร็จแล้วจะได้ระบบ ปั๊มน้ำถังเก็บน้ำ น้ำไหลแรง หรือไม่ เพราะฝั่งท่อดูด (Suction) เป็นด้านที่ไวต่อการสูญเสียแรงดันและอากาศรั่วซึมมากที่สุด ในการต่อท่อจากรูน้ำออกด้านล่างของถังเก็บน้ำ (Outlet) เข้าสู่หน้าแปลนทางเข้าของปั๊มน้ำ แนะนำให้ใช้ ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว ชั้นคุณภาพ 13.5 ตลอดแนวท่อดูด เพื่อให้มวลน้ำไหลเข้าสู่ห้องใบพัดของปั๊มน้ำได้เต็มปริมาตรโดยไม่เกิดอาการอั้นน้ำ
ลำดับการเรียงอุปกรณ์จากรูน้ำออกก้นถังเก็บน้ำมายังตัวปั๊มน้ำที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม คือ: รูน้ำออกถังเก็บน้ำ ข้อต่อเกลียวนอก ข้อต่อยูเนี่ยนตัวที่ 1 (U1) บอลวาล์วท่อดูด (BV3) ท่อตรงเข้าสู่ทางเข้าปั๊มน้ำ การวางข้อต่อยูเนี่ยนและบอลวาล์วไว้ตรงกลางระหว่างถังกับปั๊มน้ำมีประโยชน์มหาศาล เพราะเมื่อต้องการถอดปั๊มน้ำไปซ่อม คุณเพียงแค่หมุนปิดบอลวาล์ว BV3 น้ำนับพันลิตรในถังเก็บน้ำก็จะถูกกั้นไว้ทันทีโดยไม่ต้องปล่อยน้ำทิ้งทั้งถัง นอกจากนี้ พยายามหลีกเลี่ยงการต่อข้องอ 90 องศาหลายตัวติดกันบริเวณหน้าทางเข้าปั๊มน้ำ เพราะข้องอที่มากเกินไปจะทำให้การไหลของน้ำปั่นป่วน (Turbulence) และเกิดเสียงดังขณะปั๊มทำงาน
ขั้นตอนที่ 4: การเดินท่อจ่ายน้ำจากปั๊มน้ำเข้าสู่ตัวบ้าน (ฝั่งท่อส่ง Discharge Line)
ในขั้นตอน การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ เพื่อทำระบบ ต่อปั๊มน้ำเข้าบ้าน หรือจ่ายน้ำเข้าสู่อาคารโรงงาน ให้เริ่มต่อท่อออกจากช่องทางน้ำออกของปั๊มน้ำ (Discharge) โดยใช้ ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว เป็นท่อเมนหลักก่อน แล้วจึงค่อยไปลดขนาดท่อตามจุดแยกย่อยภายในบ้าน การใช้ ท่อ PVC ขนาด 1 นิ้ว เป็นท่อเมนส่งน้ำจะช่วยรักษาแรงดันน้ำ (Head Pressure) และปริมาณน้ำ (Flow Rate) ให้สามารถส่งขึ้นไปยังชั้น 2 หรือชั้น 3 ของอาคารได้โดยที่แรงดันไม่ตกแม้จะเปิดใช้น้ำพร้อมกันหลายห้องน้ำก็ตาม
ในแนวท่อจ่ายน้ำออกจากปั๊มน้ำนี้ ให้ติดตั้ง ข้อต่อยูเนี่ยนตัวที่ 2 (U2) ตามด้วย เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) ตัวที่ 2 (CV2) และ บอลวาล์วขาออก (BV4) ก่อนนำท่อไปเชื่อมต่อเข้ากับสามทางของเส้นท่อ ระบบบายพาสปั๊มน้ำ (Bypass) เพื่อรวมเป็นท่อเมนจ่ายเข้าสู่ตัวบ้าน ทั้งนี้ ในการทากาวน้ำยาประสานท่อ PVC ทุกจุดของฝั่งท่อส่งซึ่งต้องรับแรงดันสูงจากปั๊มน้ำ ควรทำความสะอาดปลายท่อและข้อต่อให้ปราศจากฝุ่นและคราบมัน ทาน้ำยาประสานท่อทั้งด้านในข้อต่อและด้านนอกปลายท่อ สวมอัดให้สุดแล้วบิดเล็กน้อยพร้อมจับค้างไว้ 15 30 วินาที และควรทิ้งให้กาวเซ็ตตัวแห้งสนิทอย่างน้อย 2 4 ชั่วโมงก่อนเปิดรับแรงดันน้ำจริง
ขั้นตอนที่ 5: การติดตั้งเช็ควาล์วและบอลวาล์วในจุดที่ถูกต้องเพื่อคุมทิศทางน้ำ
ความผิดพลาดอันดับหนึ่งของผู้ที่เริ่มทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ด้วยตัวเอง คือการหันหัวลูกศรของ เช็ควาล์วปั๊มน้ำ (Check Valve) ผิดทิศทาง หรือเลือกประเภทของเช็ควาล์วไม่เหมาะกับแนวท่อ (แนวตั้ง vs แนวนอน) ซึ่งจะทำให้ปั๊มน้ำทำงานวนไม่ยอมตัด หรือน้ำไม่ไหลเข้าบ้านเลย ดังนั้น ก่อนประกอบวาล์วทุกตัวเข้ากับเส้นท่อ ให้สังเกต สัญลักษณ์ลูกศรนูนบนตัวเรือนเช็ควาล์ว โดยหัวลูกศรจะต้องชี้ไปในทิศทางที่น้ำไหลมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวบ้านเสมอ:
- จุดที่ 1 บนเส้นท่อระบบบายพาสปั๊มน้ำ (CV1): หันหัวลูกศรจากฝั่งมิเตอร์ประปามุ่งหน้าเข้าสู่ท่อเมนเข้าบ้าน ทำหน้าที่เปิดให้น้ำประปาไหลผ่านเมื่อปั๊มหยุดทำงาน และปิดกั้นไม่ให้น้ำแรงดันสูงจากปั๊มน้ำไหลย้อนกลับไปเข้าถังเก็บน้ำหรือดันย้อนออกมิเตอร์
- จุดที่ 2 หลังทางออกปั๊มน้ำ (CV2): หันหัวลูกศรออกจากตัวปั๊มน้ำมุ่งหน้าเข้าสู่ท่อเมนเข้าบ้าน ทำหน้าที่ป้องกันแรงดันน้ำค้างท่อจากชั้นบนของอาคารไหลย้อนกลับมากระแทกใบพัดและเพรสเชอร์สวิตช์ของปั๊มน้ำ (ป้องกันอาการ Water Hammer หรือค้อนน้ำ)
- การเลือกชนิดเช็ควาล์ว: หากติดตั้งในแนวท่อนอน สามารถใช้เช็ควาล์วแบบสวิง (Swing Check Valve) หรือแบบสปริง (Spring Check Valve) ก็ได้ แต่หากติดตั้งในแนวท่อตั้ง ต้องใช้เช็ควาล์วแบบสปริงเท่านั้น เพื่อให้ลิ้นวาล์วดีดกลับปิดสนิทได้ทุกองศาการติดตั้ง

ตารางสรุปการปรับตั้งบอลวาล์วสำหรับ "ประปา ต่อ ปั๊ม น้ำ 3 ระบบ" ในสถานการณ์ต่างๆ:
เคล็ดลับเซ็ตระบบให้ "น้ำไหลแรงไม่มีสะดุด" และวิธีแก้ปัญหาที่พบบ่อย
หลังจากดำเนินการ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ และรอจนน้ำยาประสานท่อ PVC แห้งสนิทแล้ว ขั้นตอนสำคัญก่อนเปิดใช้งานจริงคือการเซ็ตระบบเพื่อไล่โพรงอากาศและตรวจสอบความสมบูรณ์ของจุดเชื่อมต่อทุกจุด หากข้ามขั้นตอนนี้ไปแล้วยืนเสียบปลั๊กไฟปั๊มน้ำทันที อาจทำให้แมคคานิคอลซีล (Mechanical Seal) หรือซีลกันรั่วภายในปั๊มไหม้เสียหายจากการหมุนเสียดสีแบบไร้น้ำหล่อเลี้ยงได้
วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ (Pump Priming) ป้องกันปั๊มทำงานตัวเปล่า (Dry Run)
ทุกครั้งที่ทำ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ ใหม่ หรือหลังจากถอดล้างถังเก็บน้ำจนท่อดูดแห้ง จะมีมวลอากาศค้างอยู่ในท่อดูดและเรือนปั๊ม (Air Lock) หากใบพัดปั๊มตีเจอกับโพรงอากาศจะไม่สามารถสร้างแรงดูดสุญญากาศได้ ส่งผลให้เกิดอาการปั๊มเดินเครื่องฟรีแต่ไม่มีน้ำออก หรือที่วิศวกรเรียกว่าสภาวะ ปั๊มทำงานตัวเปล่า (Dry Run) ดังนั้น จึงต้องปฏิบัติตาม วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ 5 ขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:
- ตัดกระแสไฟฟ้าก่อนเสมอ: ถอดปลั๊กไฟปั๊มน้ำหรือสับเบรกเกอร์ลง (OFF) เพื่อป้องกันมอเตอร์หมุนทำงานขณะเปิดฝาครอบจุกกรอกน้ำ
- ปล่อยน้ำเข้าถังและเปิดวาล์วท่อดูด: รอให้น้ำประปาไหลเข้าถังเก็บน้ำจนมีระดับน้ำสูงท่วมรูน้ำออกก้นถังอย่างน้อย 30 50 เซนติเมตร จากนั้นหมุนเปิดบอลวาล์วท่อดูด (BV3) เพื่อให้น้ำจากถังไหลเข้าไปแทนที่อากาศในเส้นท่อดูด
- เปิดจุกกรอกน้ำล่อปั๊ม (Priming Plug): หมุนฝาจุกกรอกน้ำด้านบนเรือนปั๊มออก สังเกตดูว่าน้ำจากถังเก็บน้ำไหลดันขึ้นมาจนเต็มคอช่องกรอกน้ำหรือไม่ หากยังไม่เต็มให้เทน้ำสะอาดกรอกลงไปจนล้นเพื่อไล่ฟองอากาศออกให้หมด แล้วหมุนปิดฝาจุกกรอกน้ำพร้อมซีลยางให้แน่นสนิท
- เปิดวาล์วขาออกและเปิดก๊อกน้ำในบ้านล่ออากาศ: หมุนเปิดบอลวาล์วขาออกปั๊ม (BV4) แล้วเดินไปเปิดก๊อกน้ำในบ้านที่อยู่ใกล้ปั๊มที่สุดไว้ 1 2 จุด เพื่อเป็นช่องทางระบายลมค้างท่อ
- จ่ายไฟเดินเครื่องและเช็คความต่อเนื่อง: เสียบปลั๊กไฟหรือยกเบรกเกอร์ขึ้น (ON) ปั๊มน้ำจะเริ่มทำงานและดันอากาศปนน้ำออกมาทางก๊อกน้ำที่เปิดไว้ ปล่อยให้น้ำไหลทิ้งประมาณ 1 2 นาทีจนสายน้ำไหลพุ่งแรงสม่ำเสมอไม่มีเสียงสำลักลม จากนั้นลองปิดก๊อกน้ำทุกจุดแล้วสังเกตว่าปั๊มน้ำตัดการทำงานสนิทภายใน 3 10 วินาทีหรือไม่
การตรวจสอบรอยรั่วซึมและวิธีเช็คเมื่อปั๊มน้ำเดินๆ หยุดๆ หรือมีเสียงดังผิดปกติ
เมื่อดำเนินการ การต่อปั๊มน้ำกับถังเก็บน้ำ พร้อมทำ วิธีไล่อากาศปั๊มน้ำ เสร็จและปิดก๊อกน้ำในบ้านทั้งหมดแล้ว หากปั๊มน้ำยังคงมีอาการทำงาน "ตึ้ก... หยุด... ตึ้ก... หยุด" เป็นจังหวะทุกๆ ไม่กี่วินาที หรือประสบปัญหา ปั๊มน้ำไม่แรง และมีเสียงดังผิดปกติ สามารถใช้ตารางวิเคราะห์อาการเสียเชิงเทคนิคด้านล่างนี้เพื่อตรวจสอบและแก้ไขได้ตรงจุด นอกจากนี้สามารถอ่านบทความเจาะลึกเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รวมเทคนิคการดูแลรักษาและแก้ปัญหาปั๊มน้ำอุตสาหกรรมและครัวเรือน

